การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) คือ การตรวจภายในลำไส้ใหญ่ด้วยกล้องขนาดเล็ก เพื่อให้แพทย์สามารถเห็นสาเหตุเฉพาะที่ หรือรอยโรคในลำไส้ใหญ่ให้ชัดเจนด้วยตาตนเอง


ข้อดีการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่

ปัจจุบัน เทคโนโลยีของกล้องตรวจลำไส้ใหญ่พัฒนาขึ้นมาก มีระบบการตัดแสง และการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยวินิจฉัยเนื้องอกในระยะเริ่มต้น ทำให้แพทย์สามารถตรวจพบติ่งเนื้อ เนื้องอก หรือความผิดปกติในลำไส้ตั้งแต่ในระยะเริ่มต้น ผลการรักษาและป้องกันโรคจึงมีประสิทธิภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่จึงเป็นมาตรฐานการวินิจฉัยติ่งเนื้อ เนื้องอก และมะเร็งในลำไส้ใหญ่ที่ละเอียดและแม่นยำที่สุดในปัจจุบัน

อาการเริ่มต้นของมะเร็งลำไส้ใหญ่

ด้วยลำไส้ใหญ่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 3-8 ซม. หากมีติ่งเนื้อหรือเนื้องอกระยะเริ่มต้นขนาด 1-2 ซม. อาจทำให้ผู้ป่วยยังไม่มีอาการผิดปกติมากนัก ส่วนใหญ่จะเริ่มมีอาการผิดปกติ เมื่อติ่งเนื้อหรือเนื้องอกมีขนาดใหญ่กว่านั้น ซึ่งได้แก่

  • ขับถ่ายอุจจาระเป็นลำเล็กลง
  • ถ่ายเป็นเม็ดเล็กๆ คล้ายกระสุน
  • ลักษณะการขับถ่ายผิดปกติไป เช่น ท้องผูกมากขึ้น ท้องเสียบ่อยครั้ง หรือท้องผูกสลับท้องเสีย

ส่วนใหญ่การเปลี่ยนแปลงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่จะเป็นผลต่อเนื่องจากการอักเสบเรื้อรัง (Inflammatory Bowel Disease) และติ่งเนื้องอกในลำไส้ใหญ่ (Colon Polyp) ซึ่งทั้ง 2 สาเหตุ หากตรวจพบในระยะเริ่มต้น สามารถรักษาจนหาย และลดโอกาสเกิดมะเร็งลำไส้ในอนาคตได้

ใครควรส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่

ด้วยมาตรฐานการแพทย์ปัจจุบัน สมาคมแพทย์ทางเดินอาหารแห่งประเทศไทยแนะนำให้ส่องกล้องตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยไม่ต้องรอให้ผู้ป่วยมีอาการในผู้ป่วยกลุ่มต่อไปนี้

  • คนทั่วไปที่มีอายุมากกว่า 45 ปี ควรส่องกล้องประเมินสภาพและความผิดปกติในลำไส้ หากตรวจไม่พบความผิดปกติ อาจพิจารณาตรวจซ้ำทุก 5-10 ปี
  • คนที่มีอาการปวดท้อง ร่วมกับเบื่ออาหาร น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ มีอาการท้องอืด แน่นท้อง ท้องโต หรือคลำเจอก้อนในท้อง
  • คนที่มีรูปแบบการขับถ่ายผิดปกติ หรือมีท้องผูกสลับท้องเสีย
  • คนที่มีเลือดออกในทางเดินอาหาร ซึ่งในระยะเริ่มต้นอาจตรวจพบเม็ดเลือดแดงปนมาในอุจจาระ หากไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องและทันท่วงทีอาจทำให้เกิดมีอาการถ่ายเป็นเลือดสีแดง หรือลิ่มเลือดได้
  • มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่

การเตรียมตัวก่อนส่องกล้องลำไส้ใหญ่

  1. ก่อนเข้ารับการตรวจ 1 วัน ควรรับประทานอาหารอ่อน ไม่มีกากใย และเริ่มรับประทานยาระบายเพื่อช่วยล้างของเสียที่ค้างในลำไส้ออกให้หมด หลังรับประทานยาระบาย อาจมีถ่าย 6-10 ครั้ง ควรดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำเกลือแร่ชดเชยเพื่อลดอาการอ่อนเพลีย
  2. งดอาหารและน้ำอย่างน้อย 6 ชั่วโมง
  3. การตรวจ โดยทั่วไปใช้เวลาไม่เกิน 15-30 นาที โดยแพทย์ต้องมีวิธีทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บระหว่างการส่องกล้อง โดยทีมวิสัญญีแพทย์จะให้ยานอนหลับที่ออกฤทธิ์สั้น เพื่อให้ผู้ป่วยหลับในระยะสั้นๆ ระหว่างการตรวจ

ขั้นตอนการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่

  1. หลังจากผู้ป่วยหลับสนิทแล้ว แพทย์จะนำกล้องซึ่งเป็นสายยางขนาดเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 ซม. มีความยาวมากกว่ากล้องส่องกระเพาะอาหารเล็กน้อย ใส่ผ่านทวารหนักเข้าไป ปลายกล้องจะมีหลอดไฟเพื่อให้แสงสว่างระหว่างการตรวจ
  2. แพทย์จะเริ่มตรวจดูตั้งแต่ทวารหนัก ลำไส้ใหญ่ทั้งหมดจนถึงลำไส้เล็กส่วนปลาย หากเจอโรคหรือความผิดปกติ แพทย์ยังสามารถนำตัวอย่างเนื้อที่เห็น ออกมาตรวจได้ทันที
  3. กรณีพบติ่งเนื้องอกขนาดเล็ก แพทย์ยังมีเครื่องมือในการตัดติ่งเนื้อออกเพื่อการรักษาได้ในเวลาเดียวกัน โดยจะใช้เวลาเพิ่มเติมไม่เกิน 2-3 นาที การตัดติ่งเนื้อนี้ไม่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บเพิ่มเติมแต่อย่างใด

การดูแลหลังการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่

หลังการส่องกล้อง อาจยังมีฤทธิ์ของยานอนหลับประมาณ 5-15 นาที หลังการส่องกล้องเสร็จสิ้น ผู้ป่วยควรนอนพักจนร่างกายตื่นเต็มที่ จากนั้นจึงค่อยไปพบแพทย์เพื่อฟังผลตรวจ

โอกาสที่ติ่งเนื้อในลำไส้จะมีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเพิ่มขึ้น

  • ติ่งเนื้อที่มีขนาดใหญ่กว่า 1 ซม.
  • ตรวจพบติ่งเนื้อมากกว่า 3 ชิ้น
  • ติ่งเนื้อนั้นมีการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ผิดปกติ ที่เรียกว่า Dysplasia ร่วมด้วย

ผู้ที่เขียนบทความ

DR_APICHART_SURAMETHAKUL-01
นพ. อภิชาติ สุรเมธากุล
แพทย์ประจำศูนย์ทางเดินอาหาร โรงพยาบาลไทยนครินทร์,ผู้อำนวยการบริหารโรงพยาบาลไทยนครินทร์