หลายคนอาจเคยมีประสบการณ์ อยู่ดีๆ ก็ได้ยินเสียงหึ่งๆ เสียงวิ้งๆ หรือเสียงคล้ายจักจั่นในหู ทั้งที่รอบตัวเงียบสนิท อาการเช่นนี้เรียกว่า ‘เสียงในหู’ ซึ่งอาจเกิดขึ้นชั่วคราว หรือเป็นต่อเนื่องยาวนานจนรบกวนการใช้ชีวิต
เสียงในหู คืออะไร อันตรายไหม?
เสียงในหู (Tinnitus) คือ อาการที่ผู้ป่วยได้ยินเสียง ทั้งที่ไม่มีแหล่งกำเนิดเสียงจริงจากภายนอก เสียงที่ได้ยินอาจแตกต่างกันไป เช่น เสียงหึ่งๆ เสียงวิ้งๆ หรือเสียงคล้ายจักจั่น อาจเกิดขึ้นข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง เป็นชั่วคราวหรือเรื้อรังได้
แม้เสียงในหูส่วนใหญ่จะไม่ใช่โรคที่อันตรายถึงชีวิต แต่หากเป็นต่อเนื่องนานขึ้น อาจกลายเป็นเรื้อรัง ส่งผลต่อการนอน สมาธิ อารมณ์ และคุณภาพชีวิตเป็นอย่างมาก
เสียงในหู ในมุมมองแพทย์แผนจีน มีสาเหตุจากอะไร
ศาสตร์แพทย์แผนจีนมองภาพใหญ่ว่า ‘หู’ มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับ ‘อวัยวะไต’ ซึ่งทำหน้าที่เก็บสะสมพลังชีวิต หากไตอ่อนแอหรือพลังชีวิตพร่อง ทำให้เลือดลมจะไปหล่อเลี้ยงหูได้ไม่เพียงพอ ทำให้เกิดเสียงในหูขึ้น
นอกจากนี้ อาการเสียงในหูยังอาจเกี่ยวข้องกับอวัยวะอื่น/ปัจจัยอื่นๆ ด้วย
- ตับ : ความเครียด อารมณ์แปรปรวน ทำให้พลังตับติดขัด เกิดความร้อน ส่งผลต่อเลือดลมไปหล่อเลี้ยงที่หู
- ม้าม : การกินอาหารมัน หวาน หรือย่อยยาก ส่งผลให้ความชื้นภายในสะสม
- การไหลเวียนเลือดลมที่ไม่ดี
แพทย์แผนจีนมองว่า เสียงในหูไม่ใช่เพียงปัญหาเฉพาะที่หู ยังเป็นผลจากความไม่สมดุลของร่างกายโดยองค์รวมด้วย
ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดอาการเสียงในหู
- พักผ่อนไม่เพียงพอ นอนดึกเป็นประจำ
- ความเครียดสะสม จากการทำงานหรือการใช้ชีวิต
- ใช้หูฟัง และเปิดเสียงดังเป็นเวลานาน
- อายุที่เพิ่มขึ้น
- รับประทานอาหาร ของมัน ของทอด ของหวาน หรืออาหารรสจัดบ่อยๆ
ศาสตร์แพทย์แผนจีน แบ่งกลุ่มอาการเสียงในหู อย่างไร
แพทย์แผนจีนแบ่งอาการเสียงในหูออกเป็น 2 ลักษณะหลัก
- กลุ่มอาการแกร่ง : เสียงในหูที่เกิดขึ้นเฉียบพลัน เสียงดังชัด มักสัมพันธ์กับความเครียด อารมณ์แปรปรวน หรือภาวะความร้อนของตับ
- กลุ่มอาการพร่อง : เสียงในหูที่ค่อยๆ เป็น และกลายเป็นเรื้อรัง มักพบในผู้ที่ร่างกายอ่อนเพลีย ไตหรือพลังชีวิตพร่อง หรือผู้สูงอายุ
การแยกลักษณะกลุ่มอาการ เพื่อช่วยให้การรักษาแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ใครบ้างที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดเสียงในหู
- ผู้ที่ทำงานหนัก เครียดสะสม และพักผ่อนไม่เพียงพอ
- ผู้ที่ใส่หูฟัง และเปิดเสียงดังหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังเป็นประจำ
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ที่มีอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง
หากอยู่ในกลุ่มเสี่ยงดังกล่าว ควรเริ่มดูแลสุขภาพหูตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อลดโอกาสเกิดเสียงในหูเรื้อรังได้
วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น บรรเทาอาการเสียงในหู
- เข้านอนเร็วก่อนเวลาเที่ยงคืน และนอนให้เพียงพอ
- หลีกเลี่ยงความเครียด ฝึกหายใจลึกและช้า
- ลดการใช้หูฟัง และหลีกเลี่ยงสิ่งแวดล้อมเสียงดัง
- ดื่มน้ำอุ่นเป็นประจำ
- สามารถนวดเบาๆ บริเวณรอบใบหู วันละ 5 นาที
แนวทางการดูแลรักษาเสียงในหู ด้วยแพทย์แผนจีน
การรักษาตามศาสตร์แพทย์แผนจีนจะรักษาหูและปรับสมดุลของร่างกายทั้งระบบ เช่น
- ฝังเข็ม เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดลม
- Chinese herbs เพื่อบำรุงไต ลดความร้อน และขจัดความชื้น
- ปรับพฤติกรรม ทั้งการนอน การกิน และการจัดการความเครียด
โดยการรักษาจะใช้การฝังเข็มร่วมกับการใช้สมุนไพรจีนเป็นหลัก เมื่อร่างกายค่อยๆ กลับสู่สมดุล อาการเสียงในหู มักจะค่อยๆ ลดลงตามลำดับ
สรุป
อาการเสียงในหู แม้จะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังเสียสมดุล การเข้าใจสาเหตุและรักษาแต่เนิ่นๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้กลายเป็นอาการเรื้อรัง
