Shopping Cart

No products in the cart.

โรคออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome)

ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) เป็นกลุ่มอาการที่เกิดขึ้นกับคนที่ทำงานในออฟฟิศ เนื่องจากลักษณะงานที่ต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์หรือทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งด้วยท่าทางซ้ำๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนอาจส่งผลให้เกิดโรคและอาการผิดปกติในระบบต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ระบบการย่อยอาหารและการดูดซึม ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบฮอร์โมน นัยน์ตา

 

ปัจจัยที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการในสำนักงาน (Contributing Factors of Office Syndrome)

  • Poor Ergonomics หรือท่าการนั่งทำงานที่ไม่ถูกต้อง ได้แก่ ปัจจัยที่ตัวบุคคล เช่น การนั่งหลังค่อมหน้ายื่น โต้ะ เก้าอี้ ที่ไม่เหมาะสมกับการนั่งนานๆ การวางแท่นพิมพ์คอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้ตำแหน่งที่ดี
  • งานด่วน ยุ่งตลอดทั้งวัน หาเช้ากินค่ำ
  • รับโทรศัพท์ทั้งวัน
  • ความเครียด
  • ทำงานนั่งโต๊ะ (Sedentary Workers)
  • นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน
  • อยู่ในท่าใดท่าหนึ่งเป็นเวลานาน
  • มีการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างรวดเร็วไปมา
  • สำนักงานสมัยใหม่อยู่ในสิ่งแวดล้อมปิด

กลุ่มอาการปวดที่เกิดจากการทำงานในสำนักงาน Office Syndrome, Office Aches

  • อาการปวดคอ ปวดไหล่
  • ปวดศอกและข้อมือ
  • มือชา
  • นิ้วติดนิ้วล็อค (Trigger Finger) จากการใช้ Mouse
  • ปวดหลัง, บริเวณบั้นเอวและหลังช่วงล่าง
  • ปวดศีรษะ ปวดท้ายทอย
  • นอนไม่หลับ

การดูแลรักษา Office Syndrome

  • ตระหนักถึงปัญหา สาเหตุ และเน้นการป้องกัน
  • การพักเป็นช่วงๆ
  • ปรับเปลี่ยนอิริยาบทบ่อยๆ
  • การปรับเปลี่ยน Ergonomics ให้เหมาะสมกับสภาวะงานแต่ละอย่าง
  • การออกกำลังกาย ได้แก่
    – การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ (Streching Exercise)
    – การเพิ่มความแข็งแรงและทนทานของกล้ามเนื้อ (Strengthening Exercise
    – การออกกำลังกายแบบแอโรบิก เช่น ว่ายน้ำ Jogging หรือปั่นจักรยาน (Aerobic Exercise)

การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและกิจกรรมในชีวิตประจำวัน

  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งเป็นเวลานานๆ
  • หลีกเลี่ยงการก้มเงย หรือเอี้ยวบิดที่มากเกินไป
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำซ้ำๆ และเป็นสาเหตุของอาการปวด เช่น การยกของหนัก
  • คิดก่อนที่จะทำ เช่น หากต้องยกของหนัก ควรย่อแล้วยก เกร็งหลังและหน้าท้อง ไม่ก้มยกแบบเร็วๆ ควรใช้อุปกรณ์​ หรือคนช่วย
  • ปรับโต๊ะ เก้าอี้ จอคอมพิวเตอร์ แป้นพิมพ์ให้เหมาะสม
  • นั่งเก้าอี้ที่มีพนักพิงหลัง
  • ที่นอนที่แน่นแข็งพอประมาณ (Firm) ไม่ยวบจม เป็นแอ่ง
  • บริหารยืดกล้ามเนื้อบ่อยๆ

สัญญาณอันตรายที่ต้องไปพบแพทย์

  • มีประวัติอุบัติเหตุรุนแรงมาก่อน
  • ผู้สูงอายุ
  • มีภาวะกระดูกพรุน
  • มีโรคประจำตัว เช่น มะเร็ง มีประวัติโรคติดเชื้อนำมาก่อน กินยาชุด สมุนไพร ยาหม้อ สเตียรอยด์ หรือยาหลายชนิดเป็นประจำ โรคเบาหวาน เป็นต้น
  • ไข้ หนาวสั่น อ่อนเพลีย น้ำหนักลด
  • ดูแลตนเองเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้น
  • กระดูกสันหลังผิดรูป เอียง คด ค่อม
  • ปวดมาก นอนพักไม่หาย หรือปวดมากตอนกลางคืน
  • มีอาการชามือ ชาแขน ชาขา ชาเท้า ชารอบก้น
  • แขน/ขา/มืออ่อนแรง
  • อุจจาระปัสสาวะไม่ออก เล็ดราด
  • ปวดเรื้อรัง และมากขึ้นเรื่อยๆ

การักษาและป้องกัน

  • การป้องกัน ได้แก่ การหลีกเลี่ยงกิจกรรมดังกล่าวข้างต้น และปรับเปลี่ยนสภาวะสิ่งแวดล้อม รวมถึงตัวบุคคลให้เหมาะสมกับงาน หรือกิจกรรมที่ต้องทำเป็นประจำ
  • การรักษา
    ยา : ได้แก่ กลุ่มลดปวด คลายกล้ามเนื้อ ลดการอักเสบ (ควรทานยาตามคำสั่งแพทย์)
    การประคบเย็น หรือร้อน เบื้องต้นตามสถานการณ์
    การยืดเหยียดบริหารกล้ามเนื้อ แต่ละส่วน
    หากทำทั้งหมดดังกล่าวไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เฉพาะทาง เพื่อรับการรักษาและการกายภาพบำบัดด้วยเครื่องมือ หรือเทคนิคที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
Share
ผู้ที่เขียนบทความ
พญ. วันทนียา วัชรีอุดมกาล
DR.WANTANEEYA WATCHAREEUDOMKARN
Physical Medicine & Rehabilitation
ข้อมูลแพทย์