LCP Large Image

ศูนย์ไตเทียม

Hemodialysis Center

ศูนย์ไตเทียมโรงพยาบาลไทยนครินทร์ ให้บริการพยาบาลการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมในผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายและในผู้ป่วยไตวายเฉียบพลัน

การบริการ / การวินิจฉัย / การรักษา

ผู้ป่วยจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากอายุรแพทย์โรคไต และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญตามมาตรฐานสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย โดยทางแผนกจะมีทั้งห้องผู้ป่วยเตียงรวมและห้องพิเศษแยกเป็นสัดส่วน ภายใต้บรรยายกาศของการบริการที่เป็นมิตร พร้อมให้บริการผู้ป่วยทั่วไป ข้าราชการ และผู้ป่วยสิทธิประกันสังคมที่เป็นโรคไตวายเรื้อรัง โดยผู้ป่วยประกันสังคมสามารถเบิกค่าฟอกเลือดประกันสังคมได้

เทคโนโลยีทางการแพทย์ / เครื่องมือ / ห้องตรวจเฉพาะ

  • เครื่องฟอกเลือดประสิทธิภาพสูง (On-line Hemodiafilltration)
  • เครื่องฟอกเลือดแบบปกติ (Hemodialysis)

โรคและอาการ    

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยและญาติในการการดูแลเส้นฟอกเลือดชนิดถาวร

เส้นฟอกเลือดคืออะไร

เส้นฟอกเลือดสำหรับฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม คือเส้นทางเพื่อนำเลือดออกจากร่างกายของผู้ป่วยไปยังตัวกรองแล้วนำเลือดที่ฟอกแล้วกลับเข้าสู่ร่างกายของผู้ป่วย มี 2 ชนิด คือ สายสวนคาหลอดเลือดดำ และผ่าตัดทำหลอดเลือดถาวร

การดูแลสายสวนคาหลอดเลือดดำหรือสายพลาสติกสำหรับฟอกเลือด

  • รักษาความสะอาด ไม่เกาะแผล หรือแกะผ้าปิดแผล
  • ห้ามแผลเปียกน้ำ
  • หากแผลหลุดหรือเปียกน้ำให้รีบมาโรงพยาบาล เพื่อทำแผลใหม่ทันที
  • ไม่หักพับงอหรือนอนทับข้างที่ใส่สายสวนคาหลอดเลือดดำ เพราะอาจทำให้สายหักหรือตัน
  • ไม่ควรใส่เสื้อแบบสวมศีรษะ เพื่อป้องกันการดึงรั้งสาย
  • หากมีอาการผิดปกติให้มาพบแพทย์ทันที เช่น สายเลื่อนหลุด มีไข้ หนาวสั่น ปวด บวม หรือเลือดไหลซึมออกจากแผล

การผ่าตัดต่อเส้นเลือดชนิดถาวรเพื่อฟอกเลือด

  1. การผ่าตัดต่อเส้นเลือดโดยใช้เส้นเลือดของผู้ป่วยเอง เป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะสามารถฟอกเลือดได้ดี ภาวะแทรกซ้อนน้อย และอายุการใช้งานนานกว่าชนิดอื่นๆ แต่ต้องรอให้เส้นเลือดโตสมบรูณ์ก่อนใช้งาน (2 – 3 เดือน)
  2. การผ่าตัดเส้นเลือดโดยใช้เส้นเลือดเทียม ถ้าเส้นเลือดผู้ป่วยมีขนาดเล็กแพทย์จะพิจารณาใช้เส้นเลือดเทียมฝังใต้ผิวหนัง สามารถใช้ได้ภายใน 2 – 4 สัปดาห์ หากดูแลได้ดีสามารถใช้งานได้หลายปี

การดูแลตนเองสำหรับผู้ที่ผ่าตัดเส้นเลือดแบบถาวร

  1. ระยะหลังผ่าตัด
  • ในระยะ 3 วันแรก ควรยกแขนข้างที่ผ่าตัดสูงกว่าระดับหัวใจ เพื่อป้องกันและลดอาการบวม
  • สามารถเริ่มบริหารเส้นฟอกเลือด ได้หลังการผ่าตัดประมาณ 3 วัน หากไม่มีอาการเจ็บบาดแผล หรือเลือดออกมาก โดยบีบลูกบอลยาง กำเต็มที่(นับ 1 – 10) แล้วคลายออกสลับกันไป ทำวันละหลายๆครั้ง ครั้งละ 10 – 15 นาที
  • ระวังแผลผ่าตัดไม่ให้เปียกน้ำ 7 – 14 วัน หรือจนกว่าจะตัดไหม
  • หลีกเลี่ยงการกระทบ กระแทกบริเวณผ่าตัด
  • ห้ามวัดความดัน ห้ามเจาะเลือด ห้ามฉีดยา ให้เลือดหรือให้น้ำเกลือแขนข้างที่ทำการผ่าตัด
  • ห้ามใช้แขนที่มีเส้นฟอกเลือด ยกของหนักและระมัดระวังในการใช้ของมีคม
  • ผู้ป่วยที่แพทย์สั่งยาปฏิชีวนะหลังการผ่าตัดควรรับประทานยาให้ครบตามคำสั่งแพทย์ เพื่อป้องกันการเกิดภาวะดื้อยาของเชื้อโรค
  • ระมัดระวังการสัมผัสสิ่งสกปรก อันเป็นสาเหตุของการติดเชื้อ ควรล้างมือด้วยน้ำสบู่ทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำ
  1. ระยะใช้งาน
  • ไม่ควรใส่นาฬิกา หรือสร้อยข้อมือ ไม่ใส่เสื้อรัดบริเวณแขนข้างที่ผ่าตัดทำเส้นเลือดฟอกเลือด ไม่นอนหนุนแขนข้างที่ใช้ฟอกเลือด ไม่ควรหิ้วของหนัก
  • ทำความสะอาดแขนข้างที่ใช้การฟอกเลือด โดยการฟอกสบู่ แล้วซับน้ำให้แห้ง ก่อนทำการฟอกเลือด
  • ตรวจคลำ(แรงสั่นสะเทือน) และฟัง(เสียงฟู่) บริเวณเส้นเลือดอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง ถ้าไม่มีหรือเบาลงให้รีบมาพบแพทย์ทันที
  • ไม่ควรเกาบริเวณผิวหนังที่ใกล้เส้นเลือดที่ใช้ฟอกเลือด
  • ควรทำการบริหารเส้นฟอกเลือด โดยบีบลูกยางบอลกำเต็มที่(นับ 1 – 10) แล้วคลายออกสลับกันไป ทำวันละหลายๆครั้ง ครั้งละ 10 – 15 นาที (โดย 24 ชั่วโมงแรกหลังการใช้งาน ไม่ควรทำการบริหารเส้นฟอกเลือด)
  • ห้ามวัดความดัน ห้ามเจาะเลือด ห้ามฉีดยา ให้เลือดหรือให้น้ำเกลือแขนข้างที่ทำการผ่าตัด
  • ระวังการกระแทกถูกของมีคม หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ของร้อนจัดและเย็นจัด
  • สังเกตอาการชาปลายมือ เย็นตามปลายนิ้วมือ ปลายนิ้วมือมีสีคล้ำขึ้นและแจ้งให้พยาบาลทราบเมื่อมีอาการดังกล่าว
แพทย์ในศูนย์ไตเทียม